ผมจำได้ว่าวันนี้ผมเดินเล่นในสวน สายลมผัดผ่านไหวไหว ดูเหมือนว่าเวลาผ่านไปเชื่องช้าเหลือเกิน ผมเดินเข้า
บ้าน นั่งลงบนโซฟาตัวเก่า แล้วทอดใจให้มันหลุดหายไปกับอากาศที่โล่งว่างอย่างนี้ ปล่อยให้แสงอาทิตย์ยาม
บ่ายลามเลียตัว โดยไม่สนว่ามันจะร้อนมากมายแค่ไหน ปล่อยให้สรรพเสียงโลดแล่นตามอิสระ ปล่อยให้ตัวเอง
เหงา ทั้งๆที่สามารถเดินออกไปนอกบ้านแล้วหาอะไรซักอย่างทำ แต่ว่าอย่าเลยดีกว่า
ผมลืมตาตื่นขึ้น ปรากฏว่าผมไม่ได้อยู่ที่บ้าน ไม่ได้อยู่บนโซฟา ไม่มีลมอุ่นๆพัดไกว ไม่มีแสงอาทิตย์แรงจ้า มีแต่
ตัวผมกับห้องอับมืด 4 ด้าน แต่รู้สึกถึงลมหายใจของอีกคน รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแผ่ว รู้สึกถึงความอุ่นที่แผ่กระกาย ใครกัน……
ตาผมปรับแสงให้เข้ากับความมืดมิดนี่ได้แล้ว เห็นแผ่นหลังที่ผมพอจะเดาไว้ว่าเขาเป็นผู้ชาย ผมลุกขึ้นนั่ง
ค่อยๆก้มลงมองใบหน้าที่แนบบนพื้น
ผมลุกขึ้นยืน ตอนนี้ผมอยู่บนทางเดินที่มีประตูขนานจนสุดตา พื้น พนัง เพดาน ทั้งหมดล้วนเป็นสีดำ
และมีจุดที่มีรูปทรงอิสระหลากสี ดูเหมือนว่าจะมีแสงกระจายออกมาจากสีพวกนั้น แต่ละก้าวที่เดินผ่าน
ประตูแต่ละบานเปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในห้องนั่น ในห้องหนึ่งๆ
ผมเห็นส่วนหนึ่งของจักรวาลที่มีแต่ขยะจากโครงการอวกาศ เห็นความเสื่อมที่มีอยู่ในโลก
จนถึงสิ่งที่หลายคนเรียกกันว่า”มืด 8 ด้าน” “แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” ฯลฯ ผมเองมองลึกเข้าไปในห้องหนึ่ง
หยุดอยู่หน้าห้องนั่น เห็นแสงกลมขาวคล้ายดาวอยู่ดวงหนึ่ง ณ ใจกลางห้องที่ดูเหมือนกว้าง เพราะห้องฉาบด้วยสีดำ
ใจผมอยากก้าวเข้าห้องนี้ แต่กลับเป็นว่าผมเดินมุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆ ประตูแต่ละบานเปิดออกเมื่อผมเดินผ่านเช่นเคย
ผมมองทุกอย่างที่อยู่หลังประตู จนเข้าใจแล้วว่า หลังประตูทุกบานนั้นมันมีเรื่องราวของมันเอง
บางเรื่องที่เกิดขึ้นและมีจุดจบ บางเรื่องเกิดขึ้นและยังไม่มีทีท่าจะจบลงได้
ประตูบานสุดท้ายอยู่ตรงกลางสุดทางเดินของผนังแบบเดิม ความนี้ผมลองบิดลูกบิดที่ภายนอกดูเหมือนปิดตาย
แล้วเปิดออก ก็มีประตูอีกบาน พอเปิดอีกก็เจออีกบาน เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่ามันคงไม่มีที่สิ้นสุด ผมอด
ทนเปิดมันไปเรื่อยๆจนมาเจอประตูสีแปลกตา พอผมเปิดมันออกช้าๆ ก็เจอกับห้องเดิมที่ผมหยุดมองอยู่นาน
ห้องสีดำที่ทำให้ผมรู้สึกเคว้ง แสงกลมสีขาวกลางห้อง คราวนี้ไม่มีความลังเลอีกต่อไป ผมเข้าไปคว้าแสงนั่น
พอหันหลังกลับไปมองที่ประตู มันก็หายไปแล้ว พอหันกลับมามองที่มืออีกที แสงนั่นก็หายไป แต่เห็นได้ชัดว่า
ห้องถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ผมยืนอยู่ยังเหมือนเดิม อีกครึ่งหนึ่งเป็นสีขาว ผมก้าวขากำลังจะเดินเข้าไป แต่
ลองเอามือแตะครึ่งห้องที่เป็นสีขาว ให้ตายเถอะ…. ความรู้สึกผมมันผิด ที่จริงแล้วเป็นผนังของห้อง ผมทรุดตัว
ลงบนพื้น แล้วพยายามหลับตาลงอีกครั้งด้วยความเหนื่อยใจ
ใจผมนับ 3 แล้วลืมตาขึ้น ผมกลับมาอยู่บ้าน คนที่ผมไม่คุ้นหน้านั่งอยู่ที่ปลายเท้า แต่แปลกที่ผมไม่ได้มีความ
รู้สึกไม่ไว้ใจแม้แต่นิด เขามองผมด้วยสายตาที่อบอุ่น แล้วชี้ไปกลางบ้าน ครึ่งหนึ่งเป็นบ้าน อีกครึ่งมันกลาย
เป็น…..ป่า….. แต่ไม่ใช่ป่าที่มีแต่สีเขียวของใบไม้ จริงๆแล้วไม่มีสีเขียวเลยซักที่ ทุกสิ่งเป็นสีดำ ขาว และเทา เมื่อ
ผมหันกลับไปมองส่วนที่เป็นบ้านของผม เรื่องราวเมื่อครู่หวนกลับมาอีกครั้ง ตัวผมนอนบนโซฟา คนแปลกหน้า
นั่งอยู่ปลายเท้า เหมือนกับกรอเทปเพื่อจะมาดูใหม่ยังไงยังงั้น ตอนนี้คิดได้แต่ว่าหลงทางเข้ามาอยู่โลกขนาน
และไม่มีทางออก ความขนานที่ไม่สิ้นสุด แต่ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมมุ่งสู่ป่าไร้ชีวานั่น ทั้งๆที่ผมอยากรู้ว่าถ้าผม
ยืนอยู่ที่เดิมมันจะเกิดอะไรขึ้น
TBC
back to home